Monday, August 3, 2009

ความอิสระ หรือ เจตจำนงเสรี เราต่างมีกันมั๊ย


ก็ตั้งคำถามไปอย่างนั้นแหล่ะ

เพราะในใจลึกๆ ก็คิดว่ามันคงไม่มีแน่นอน

ไม่มีตั้งแต่เราเกิดมากันแล้ว

ทุกอย่างต่างก็ถูกกำหนดไว้

คิดว่าแม้กระทั่งเราตายไป

เราคิดว่ามันคงจะมีความว่างเปล่ารออยู่

ถึงแม้ว่าเรา จะกลายไปเป็นดวงดาว ล่องลอยอยู่แห่งหนใดก็ตาม

เราก็แค่เปลี่ยนสถานะไปเท่านั้น

ยังไงก็มีจักรวาลโอบล้อมเราอยู่

ทุกอย่างมีสถานะ

มีบริบท

โอบล้อมเราอยู่

หนีไปไหนไม่ได้

ความว่างเปล่ามันเป็นสถานะ หรือเปล่าวะ

ไปถามใครดี

เห้อออ

จะถามหาความอิสระทำไม

ในเมื่อมันไม่มี

Sunday, May 31, 2009

ฉันนั่งและแอบมอง

หลายเดินที่ผ่านมา สายตาของฉันมันดูวุ่นวาย
อยู่ไม่สุข ตอนนี้ตาผมเริ่มเมื่อยล้า และบาดเจ็บสาหัส

ไม่ว่าเวลาใด เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ก่อนกินข้าว
ก่อนเดินเข้าทำงาน และอีกมากมาย มันมักจะมองหา
เรียกหา สาวรูปงาม

และไม่ว่ามันจะหาเจอหรือไม่ มันไม่เคยผิดหวังเลย
เพราะมันรู้ว่ายังไงก็ต้องเจออยู่ดี ร้อยคน ต้องมีบ้างที่เข้าตา

เมื่อก่อนเราแอบมอง
เดี๋ยวนี้ เรามองแบบแบบไม่วางสายตา
เดี๋ยวนี้ของเดี๋ยวนี้ เรามองแบบจงใจให้เขารู้

เพื่ออะไรว่ะ!
ความงามอาจทำให้เราไม่อาจลดละสายตาได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือ
หรือเป็นเพียงแค่ มองไปเผื่อดวงดี เขาจะเข้ามาขอเบอร์เราเอง

ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้ โดยเนื้อแท้ไม่มีความกล้ามากพอ
แต่ที่กระทำไปก่อน ต้องเริ่มก่อน มันเป็นเพียงค่านิยม
ของรุ่นโค ตะ ระ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย
เป็นภาระที่ต้องแบกอยู่ร่ำไป ผู้ชายไม่ต้องแสดงท่าทีสงวนตัว
บ้างหรือไง และทำไม!

วันนี้ก็อีกเช่นกัน
ผมเจอคนหนึ่ง น่ารักมาก
และผมแอบมอง เผื่อฟลุค เธออาจจะเข้ามาทักทาย
และเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

Monday, May 4, 2009

กลับมาหัวโลดแล่นอีกครั้ง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 03 May 2009

เราได้ไปฟังบรรยายของ international forum ของ ASA
see also:
http://www.asainternationalforum.net/

ได้ฟังบรรยายช่วงเช้าของ Nigel Austin
น่าเบื่อดี เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างวิชาการ
แต่ก็ดีมากๆ
ช่วงบ่าย 2 คน คือ
Bjarke Ingels กับ Sou Fujimoto
งานน่าสนใจมาก
ทั้งหมด ไม่ขอลงลายละเอียด

ถามว่าได้อะไรบ้าง ?
- เราฟังคนบรรยายรู้เรื่องโดยไม่ต้องใช้หูฟังแปลภาษา
รูั้สึกดีมากๆ เออ ตัวเราเองได้พัฒนามากขึ้น
- จุดไปในตัวเอง
หลังจากหายไปนาน ไม่ได้ออกแบบ นั่งแต่ทำแบบอย่างเดียว
เริ่มมีประกายให้เราได้คิด ริ เริ่ม อะไรที่เป็นของเราเอง
ไม่มีใครเอาไปจากเราได้
- เจอคนมากมาย
เราชอบเจอคน คุย พบป่ะ ดีมากๆเลย รู้สึกว่า
เราได้เป็นส่วนหนึ่งของวงการ ทำให้รู้ว่า มันแคบมากวงการของเรา

พอแล้วมั้งแค่นี้

ปล.
อยากชวน Sou Fujimoto เข้ามาร่วมวง EmptyGroup ด้วยจัง
ในงานของเขา Empty มาความหลากหลาย มากมาย สวยงาม

Thursday, March 12, 2009

ปีศาจไร้ชื่อ

เรื่องคัดย่อจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง Monster

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีปีศาจไม่มีชื่ออยู่ตนหนึ่ง
ปีศาจอยากมีชื่อมากจนทนไม่ไหว ดังนั้นจึงตัดสินใจออกเดินท่างค้นหาชื่อ
แต่ว่าโลกช่างกว้างใหญ่ ปีศาจจึงแยกร่างออกเป็นสองร่างและออกเดินทาง
ตนหนึ่งไปทางตะวันออก อีกตนหนึ่งไปทางตะวันตก
ปีศาจที่ไปทางตะวันออกพบหมู่บ้าน
"ลุงช่างตีเหล็กขอชื่อของลุงให้ฉันเถอะ"
"ชื่อเป็นของที่ให้กันได้ที่ไหน"ลุงบอก
"ถ้าลุงให้ชื่อฉัน ฉันจะเข้าไปอยู่ในตัวลุง เพิ่มกำลังให้เพื่อเป็นการตอบแทน"
"จริงรึเปล่า ถ้ากำลังเพิ่มได้ ฉันจะยกชื่อให้แก" แล้วปีศาจก็เข้าไปอยู่ในตัวช่างตีเหล็ก
ปีศาจกลายเป็นออตโต้ช่างตีเหล็กไปแล้ว
ออตโต้มีพลังมากที่สุดในหมู่บ้าน แต่อยู่มาวันหนึ่ง
"ดูฉันสิ ดูฉันสิ ปีศาจในตัวฉันเติบโตขึ้นมาขนาดนี้แล้วนะเห็นมั้ย" "กร้วม กร้วม แจบ แจบ เอื้อก"
ปีศาจที่หิวโหยกินออตโต้จากข้างในจนหมด และได้กลับเป็นปีศาจที่ไม่มีชื่ออีกครั้ง
แม้จะเข้าไปอยู่ในตัวฮันส์ช่างรองเท้า "กร้วม กร้วม แจบ แจบ เอื้อก"
แม้จะเข้าไปอยู่ในตัวโทมัสนายพราน "กร้วม กร้วม แจบ แจบ เอื้อก"
ก็ต้องกลับกลายเป็นปีศาจไม่มีชื่อตามเดิม

ปีศาจได้ไปค้นหาชื่อเพราะๆในปราสาท "ถ้ายกชื่อให้ฉัน ฉันจะช่วยให้เจ้าชายแข็งแรง"
"ถ้าช่วยให้หายป่วยแข็งแรงได้ฉันจะยกชื่อให้" เจ้าชายน้อยบอก
แล้วปีศาจก็เข้าไปยู่ในตัวของเด็กผู้ชาย
เจ้าชายหายป่วยแข็งแรงดี พระราชาดีใจมาก
"เจ้าชายหายป่วยแล้ว เจ้าชายหายป่วยแล้ว"
ปีศาจถูกใจชื่อของเด็กผู้ชาย ดังนั้นแม้ว่าจะหิวก็อดทน
อดทนทั้งๆที่ท้องร้องหิวทุกวี่ทุกวัน แต่เพราะว่าท้องมันหิวขนาดหนัก
"ดูฉันสิ ดูฉันสิ ปีศาจในตัวฉันเติบโตขึ้นมาขนาดนี้แล้วนะเห็นมั้ย"
เด็กชายจึงจับพระราชาและข้าราชบริพารกินเรียบ
"กร้วม กร้วม แจบ แจบ เอื้อก"

อยู่มาวันหนึ่ง เด็กชายได้พบปีศาจที่ไปทางตะวันตก
"ฉันมีชื่อแล้วรู้มั้ย ชื่อเพราะซะด้วย" เด็กชายบอก
ปีศาจที่ไปทางตะวันตกพูดว่า
"ชื่อรึ ไม่จำเป็นหรอก ไม่มีชื่อก็มีความสุขได้" "เพราะว่าพวกเราคือปีศาจไร้ชื่อ"
เด็กผู้ชายจึงกินปีศาจที่ไปทางตะวันตกเข้าไปเลย
ปีศาจมีชื่อแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครเหลืออยู่ให้เรียกชื่อสักคน
ทั้งๆที่ชื่อว่า "โยฮัน" เป็นชื่อที่เพราะออกจะตาย

Friday, February 27, 2009

writer attention ---

please fill your name in the labels box at the buttom part
when you finish writing

just take a look at catagoried by writer at the right part
of the main blog page. you will understand what I am trying
to say.

thanks

เหงา


















ไม่รู้ว่าทำไม ช่วงนี้ผมถึงได้คิดถึงความรู้สึกเหงามากครั้งเหลือเกิน
หรืออาจเป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนที่อยู่ตัวคนเดียว
แต่คงไม่ถูกนักหากเราจะเหมารวมดื่อๆอย่างนั้น
บ่อยครั้งไม่ใช่หรือที่เราก็เหงาอยู่ลึกๆเวลาอยู่กับคนอื่น
เพราะฉนั้นผมจึงตกลงใจตัดประเด็นนี้ทิ้งไปเสีย

และแล้ว ผมก็รู้ เราหากแต่ไม่มีจุดประสงค์
-- ถ้าจะให้เรียกอย่างเป็นทางการ --
จริงๆแล้วผมชอบเรียกมันว่า สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ
ดูจะเป็นสิ่งที่ตรงกับใจผมมากที่สุด
ในคำภีร์ไบเบิ้ลของชาวคริสเตียนเขียนไว้ดังนี้

“For where your treasure is there your heart will be also”
Matthew 6: 20-21


ผมแปลอย่างตรงตัวว่า สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจเราอยู่ที่นั้น
แต่
ผมไม่ชอบ เพราะเข้าใจยากมาก และกลับกันง่ายเกินไป

ผมแอบทำตัวฉลาด ตีความใหม่ว่า
เมื่อใจเราอยู่ที่ไหน ตัวเราก็อยู่ที่นั้น
น่าจะดูเหมาะสมกับตัวเองที่สุด

เหมือนคนทั่วไป -- คิดว่า --
ในยุคสมัยของความเร่งรีบ ฉาบฉวย ไร้สัจจะ และหยาบกระด้าง
หรืออะไรก็ตามแต่คนจะให้คำจัดกัดความ เรามีความเหงากันทุกคน
เนื่องจากไม่มีสิ่งที่ผมเรียกว่า ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บางผู้ คน -- โปรดสังเกตุ คำนามล้วนเป็นเพศชาย --
บอกว่าศาสนาป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยว ผมตอกกลับไป
จริงหรือ แน่ใจนะ อาจจะจริงก็ได้ใครจะไปรู้
แต่ที่แน่ๆต้องถามว่า แล้วพวกเขาเหล่านั้น
เหนี่ยวยึดกับสิ่งที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวหรือเปล่า
เหมือนการที่โลกหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์
หากโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเอง มันจะเป็นอย่างไร
เหมือนคุณประพาส แต่งเพลงเธอหมุนรอบตัวฉัน ฉันหมุนรอบตัวเธอ
ยังไงยังงั้น

หรือ เป็นที่ความเร็วของสังคม
จะเร็วไปทำไม รีบอะไรนักหนา ชีวิตมันสั้นขนาดนั้น
อย่างที่ใครๆเขาว่ากันจริงใช่หรือไม่

ไม่จริง -- ผมคิดว่า --
ทุกวันนี้ ผมหมายถึงปัจจุบันขณะ
เราแทบเบื่อชีวิตของตัวเองในแต่ละวันอย่างไม่น่าเชื่อ
เวลามันช้าจะตายเมื่อเรานั่งทำงานอยู่ที่ตึกระฟ้า

ไม่จริงอีกเช่นกัน -- ผมคิดว่า --
ที่เราบอกกับตัวเองว่า เมื่อเราทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือสนุกกับมัน
แล้วจะทำให้เวลามันเร็ว

เวลามันก็เดินไปตามที่มันควรจะเดินแบบนั้น ไม่มีใครไปเร่งมัน
พระอาทิตย์ยังคงขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางตะวันตก
พระเจ้าให้เวลามาเท่ากัน ไม่ว่าคนๆนั้นจะดีหรือเลวแสนสาหัส

มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยคุยให้ฟังว่า ใจของผมอยู่ที่ครอบครัว
ผมไม่เข้าใจ แอบปนไม่เชื่อ ใครก็พูดได้ ใครๆก็รักครอบครัวกันทั้งนั้น

แกเล่าต่อ หากครอบครัวของแกมีปัญหาอะไร
ไม่ว่าเวลาไหน ถึงแกจะทำงานอะไร สำคัญแค่ไหน
แกพร้อมละ ทิ้ง สิ่งนั้น แล้วกลับไปหาได้ในทันที

ผมเข้าใจ ผมว่าแกคงไม่เหงาเหมือนเราๆนี่หรอก

ผมถามตัวเองใหม่ ใจเราอยู่ที่ไหน

ผมสรุปได้ว่า เราไม่ได้หาที่อยู่ของหัวใจหรอก
หัวใจของเรามันไปที่ที่มันควรจะอยู่ตั้งนานแล้ว
เราแค่หามันไม่เจอ มันคงจะเศร้าและเหงาเหมือนกัน
คนที่เป็นเจ้าของยังไม่มาหาซักที แต่มันก็ไม่เคยตะโกน
เรียกร้อง โหยหา เราเลยแม้แต่น้อย
เพราะมันมีวุฒิภาวะมากพอที่จะเรียนรู้เรื่องการรอคอย

บางคนหาทั้งชีวิต ก็ยังหาไม่เจอ ไม่รู้ทำไม ของๆเราเองแท้
-- ที่พูดนี่ ไม่ได้ด่าใครและไม่มีคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน --

บางครั้ง หัวใจของเราก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ กระจายไปทั่ว
เหมือนเม็ดทรายบนหาดชายทะเล บ้างเป็นกลุ่มก้อน
บ้างเป็นเปลือกหอย และบ้างเป็นเศษขยะเหลือเดน
ไม่มีใครแม้กระทั่งที่จะเก็บไปทิ้ง

แล้วเราก็เดินเรื่อยเปื่อยอยู่อย่างนั้น นานๆครั้งจะมองลงมา
แล้วก็ผ่านไป คิดว่าคงเป็นของคนอื่น ไม่ใช่ของเราหรอก
ไม่สิ มันเหมือนๆกันหมด แยกไม่ออก ทรายก็คือทราย
มันไม่แยกประเภทเด่นชั้นว่านั้นของฉัน

ผมว่า ผมต้องไปตามหาที่อยู่หัวใจตนเองบ้างแล้ว

Wednesday, February 18, 2009

ประจำวัน ของคนไม่มีประจำเดือน

ยังเช้าอยู่เลย
ฉันพึ่งตื่น
เหมือนตัวหนอนกลิ่งอยู่บนหญ้าแสนนุ่ม โปรยด้วยน้ำค้างที่เหลือจากเมื่อคืน
ฉันคิด
ต่ออีหซักหน่อยคงไม่เป็นไร 15 นาทีผ่าน
ฉันยังเหมือนเดิม
เหมือนตัวหนอนกลิ่งอยู่บนหญ้าแสนนุ่ม โปรยด้วยน้ำค้างที่เหลือจากเมื่อคืน

เริ่มสายแล้ว
ฉันไม่ได้อาบน้ำ
พลันครุ่นคิดเรื่องงานที่ต้องเจอ ไม่อยากไปเลย
ฉันทำอย่างเชื่องช้า
ทุกอย่างแค่พึ่งเริ่ม อีกทั้ง แค่ยังพึ่งสาย

สายมากแล้ว
เร่งรีบ
ฉันเริ่มกระวนกระวายใจ ตื่นเต้นเหมือนเห็นคู่แข่ง วิ่งถึงเส้นชัย
แล้วชั้นก็ไปถึงเป็นคนสุดท้าย
ใช่จริงๆ
ชั้นมาสาย และถึงเป็นคนสุดท้าย
ไม่อยากทำ
งานน่าเบื่อ ไม่ใช่เบื่อที่งาน แต่เบื่อที่ทำงาน เบื่อคนที่ทำงาน
ทำให้ช้า
ทุกอยากเร่ง แต่ฉันจะช้า
ช้าเพื่อให้เวลานั้นหมดไปโดยเร็ว ไม่ต้องทำงานมาก
งานไม่สนุก
เพราะชั้นคิดถึงหญ้าแสนเขียว และนอนกับเธอ

เย็นมากแล้ว
ออกคนสุดท้าย
ต้องอยู่แบบนี้ทุกวัน เพราะฉันมาสาย เหมือนต้องพัก
เหนื่อยนานกว่าคนอื่นแต่เปล่า เวลาเท่ากันเรามาสายเอง
พระเจ้า
ให้เวลาเราเท่ากัน ทั้งคนดี และคนชั่ว
พระอาทิตย์ ขึ้นและตกทุกวัน ไม่มีเว้น 24 ชม.

ดึกมากแล้ว
ทีวี
ยังคงไม่มีอะไรให้ดู นอกจากรายการเกมส์โชว์
และรายการเพลง เพราะของดีๆมีตอนกลางวัน
เราไม่มีเวลาดู
ห้องน้ำ
ยังคงเงียบ แห้ง และสกปรก เกินจริง
ฉันไม่ชอบอาบน้ำ หากยังไม่นอนจริงๆ
เพราะกิจกรรมหลังจากนั้น จะทำให้เหงื่ออกอีกรอบ
เตียงนอน
ขยุกมัวอยู่บนนั้น ไม่มีการเก็บ เพื่ออะไร ?
เดี๋ยวเราก็มานอนอีก

จะนอนแล้ว
กำลังง่วง
ฉันยังไม่อยากนอน รู้สึกเวลาไม่พอให้กับชีวิต
น้อยไปหรือไง สำหรับ 18 ชม. ในชีวิตประจำวัน
ไม่ ไม่พอสำหรับฉัน คนเราไม่นอนได้ไหม ?
กำลังจะหลับ
ฉันนอนไม่หลับ อาจคิดว่าจะหลับ แต่ไม่เลย
จิตใจฉันว้าวุ่น คิดอะไรไปเรื่อย ไม่มีแก่นสาร
ทีวี
ฉันเปิดทีวีอีกรอบ นอนฟังมันไปอย่างนั้น
ใครจะด่าแม่ก็ช่างเถอะ ฉันไม่สนใจ ใครบอก
ว่าทีวี มีไว้ดูอย่างเดียวเล่า ฉันฟังมันออกจะบ่อย
คล้อยหลับ
ฉันลืมปิดทีวี แย่แล้ว ใครจะด่าแม่ อันนี้ก็เชิญ
เพราะฉันผิดจริง ฉันยอมรับ และไม่แก้ตัว