ช่วงที่ว่างมาพักใหญ่ๆ ก็คือประมาณเดือนกว่าๆ
ในที่สุด ก็ได้งานทำ
และคิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่จริงจังมากกว่าครั้งแรก
ที่รับเข้าไปยังไม่ถึงสองเดือนเต็ม
ก็ให้ออกซะงั้น!!
ช่วงที่ว่าง
ก็มีนู่น นี่ นั่น ให้ทำบ้าง พอมีตังเลี้ยงชีพ โดยที่ไม่ขอตังจากทางบ้านไป
ระหว่างที่ไม่ได้ทำงาน ก็ เที่ยวเล่น ประปราย
และระหว่างที่ไม่ได้เที่ยวเล่นประปราย
ก็อยู่บ้าน อยู่ที่ห้อง น้องจะทำอะไร ก็ไม่พ้น
เล่นอินเตอร์เน็ท เสิดกันเข้าไป นึกอะไรได้ก็เสิดกันเข้าไป
อ่านหนังสือ ไปรู้ว่าอันไหนดี ก็ซื้อ อันไหนชอบเองก็ซื้อ
ฟังเพลง ไปได้ฟังจากที่ไหนมาแล้วชอบก็ฟังกันไปเป็นช่วงๆ
ดูทีวี มันมีประจำบ้าน ก็ดูๆไป ไร้สาระก็ดูๆไป เอเอฟ ละคร ข่าว และอื่นๆ
ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ
จน ได้ค้นพบข้อสงสัยบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ
เรารับสื่อกันได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ
ในวันๆนึง
ทีวี เนื้อหาในทีวี แล้วแต่ละช่อง
หนังสือพิมพ์ เนื้อหาในแต่ละช่องข่าว มีกี่หน้าก็แล้วแต่ฉบับ
อินเตอร์เน็ต นี่ตัวดี เยอะแยะวุ่นวายมาก อยากรู้ว่า ตอนนี้ทั่วโลก มันมีเว็บไซต์กันทั้งหมดกี่เว็บไซต์วะ
อยากรู้จริงๆ
เพลง อีก หนังอีก
เห้ย นี่คือแบบเพิ่งมาได้สังเกตุเห็นจริง เนื่องจากความว่างนี่แหล่ะ
แบบ มันประโคมกันเข้ามาสุดๆ
เคยวันนึงแบบว่า รับหมดเลย
ปวดหัวมาก ต้องหยุด และ นั่งอยู่เฉยๆ แบบว่า
ไม่เอาละ ไม่คิดละ จะอ๊วกและกรู
มันเยอะแบบ คนเรามันต้องการอะไรกันขนาดนี้เลยหรือนี่
แล้วพอรับเข้าไปแล้วนะ
บางทีก็ รู้สึกว่า มันก็เหมือนๆกันนะ
และอีกความรู้สึกคือ กรูย่อยไม่ทันแล้ววว
อะไรของพวกมึงกันนี่!!!!
ย่อยไม่ทันจริงๆ แบบเห้ย ความรู้อันนี้ที่ได้มา จะเอาไปทำไรดีวะ
เอาไปใช้ยังไงดีนะ เอาไปใช้ก่ะใครดีนะ
เอาไปทำเวลาไหนดีนะ
ใช้แล้วต้องยังไงต่อนะ
ต้องบอกใครต่อมั๊ย
เอ๊ะ! ยังไงนะ
หรือก็อ่านๆไป
เป็นความรู้ประดับตัวเอง
เอาไว้พูดคุยในวงสนทนา ในวงสังคม
Blah blah blah ก็ว่ากันไป
.......................................
รับรู้แล้วก็แบบว่า
คนเรานะคนเรา
เวลาเห็นคนเยอะแล้วอยากฆ่าตัวตาย
รู้สึกเป็น ส่วนเกิน ไม่อยากอยู่ให้เปลืองสสารบนโลกใบนี้เลย
แต่ก็ เป็นแค่อารมณ์ ณ ตอนนั้น ตอนที่เห็น แล้วก็ผ่านไป ที่ภาษาธรรมมะเรียกว่า ผัสสะ
ไม่รู้ว่า คริสต์ จะมีรึเปล่านะ
......................
ก็เป็นข้อสังเกตุจากที่ตัวเองว่างมานาน
นอกจากที่พูดมาก็ยังมีอีกเยอะแยะนะ
เวลาว่างเนี่ย มันช่างทำให้เราได้สังเกตุเห็นอะไนได้เยอะจริงๆเลย
^^
I like the empty!!!!